IC License คืออะไร: IC Plain กับ IC Complex 1/2/3 ต่างกันอย่างไร ต้องสอบ P1 P2 P3 ตัวไหน
สรุปใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC) ทั้ง 4 แบบ ว่าแต่ละแบบต้องสอบข้อสอบชุดไหนบ้าง P1 P2 P3 มีกี่ข้อ ใช้เวลาเท่าไร ค่าสอบเท่าไร และสอบผ่านแล้วต้องทำอะไรต่อ อ้างอิงคู่มือการทดสอบและเว็บตลาดหลักทรัพย์ฯ
โดย วรัญชัย ยิ่งคำนึง (Boom) · เผยแพร่ครั้งแรก · ตรวจทานล่าสุด
คนที่เริ่มหาข้อมูลสอบ IC มักเจอคำย่อปนกันหลายชุด ทั้ง Plain, Complex, P1, P2, P3 และ Single License บทความนี้แยกให้ชัดว่า "ใบอนุญาต" กับ "ชุดข้อสอบ" เป็นคนละเรื่องกัน และจับคู่ให้ดูว่าอยากได้ใบไหนต้องสอบอะไร
IC License คืออะไร และมีกี่ประเภท?
ผู้แนะนำการลงทุน (Investment Consultant: IC) คือผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ติดต่อและให้คำแนะนำการลงทุนแก่ผู้ลงทุน แบ่งตามความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ที่แนะนำได้เป็น 4 แบบ

| ใบอนุญาต | ชุดข้อสอบที่ต้องผ่าน | ขอบเขตโดยสรุป |
|---|---|---|
| ผู้แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไป (IC Plain) | P1 | ตราสารทุน ตราสารหนี้ และกองทุนรวมทั่วไป |
| ตราสารซับซ้อนประเภท 2 (IC Complex 2) | P1 + P2 | เพิ่มตราสารหนี้และกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน |
| ตราสารซับซ้อนประเภท 3 (IC Complex 3) | P1 + P3 | เพิ่มสัญญาซื้อขายล่วงหน้า |
| ตราสารซับซ้อนประเภท 1 (IC Complex 1) | P1 + P2 + P3 | ครบทั้งสองกลุ่ม |
คู่มือการทดสอบ P3 ระบุบนหน้าปกว่าใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 หรือประเภท 3 ส่วนหน้า หลักสูตร P2 บนเว็บตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าใช้กับประเภท 2
P1 P2 P3 ต่างกันอย่างไร?

| ชุดข้อสอบ | เนื้อหา | จำนวนข้อ | เวลา | เกณฑ์ผ่าน | ค่าสอบ |
|---|---|---|---|---|---|
| P1 | ความรู้พื้นฐาน กฎระเบียบ และผลิตภัณฑ์ตราสารทั่วไป | 100 | 150 นาที | 70% ของคะแนนรวม และ 70% ของหมวดที่ 2 | 1,200 บาท |
| P2 | ตราสารหนี้และกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อน | 25 | 40 นาที | 70% ของคะแนนรวม | 850 บาท |
| P3 | สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส ออปชัน) | 50 | 80 นาที | 70% ของคะแนนรวม | 950 บาท |
ตัวเลข P1 มาจาก คู่มือการทดสอบ P1 Version 4 (ใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2566) ตัวเลข P3 มาจาก คู่มือการทดสอบ P3 Version 1 ส่วน P2 มาจากหน้าเว็บตลาดหลักทรัพย์ฯ และคู่มือการทดสอบ P2 ท้ายตำรา
รายละเอียดของแต่ละชุดอ่านต่อได้ที่ โครงสร้างข้อสอบ P1, โครงสร้างข้อสอบ P2 และ โครงสร้างข้อสอบ P3
ควรสอบตัวไหนก่อน?
เริ่มที่ P1 เสมอ เพราะเป็นส่วนประกอบของใบอนุญาตทุกแบบ จากนั้นเลือกตามงานที่จะทำ
- ทำงานแนะนำกองทุนรวมและหุ้นทั่วไป: P1 อย่างเดียวก็ขึ้นทะเบียน IC Plain ได้
- ต้องแนะนำหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง กองทุนรวมที่ซับซ้อน หรือตราสารด้อยสิทธิของสถาบันการเงิน: เพิ่ม P2
- ต้องแนะนำฟิวเจอร์สหรือออปชัน: เพิ่ม P3
- ต้องการครบทุกผลิตภัณฑ์: สอบทั้ง 3 ชุดเพื่อขึ้นทะเบียนประเภท 1
สอบผ่านแล้วต้องทำอะไรต่อ?

- สมัครสอบกับศูนย์ทดสอบที่ได้รับอนุญาต คือ ATI (สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย) หรือ AIMC (สมาคมบริษัทจัดการลงทุน)
- สอบให้ผ่านตามเกณฑ์ของแต่ละชุด
- ยื่นแบบคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน ก.ล.ต. — หน้าผู้แนะนำการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุค่าธรรมเนียมคำขอ 2,140 บาท (รวม VAT) และแจ้งผลภายใน 5 วันทำการ (ตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2026)
หลังได้รับความเห็นชอบแล้วยังมีเรื่องการต่ออายุ หน้ารูปแบบและวิธีการต่ออายุใบอนุญาต ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าต้องอบรมความรู้ 15 ชั่วโมงต่อเนื่องทุก 2 ปี ยื่นต่ออายุได้ตั้งแต่ 1 กันยายน ถึง 15 ธันวาคม ของปีที่สิ้นสุดอายุ และค่าธรรมเนียม 1,070 บาท (รวม VAT) (ตรวจเมื่อ 4 ต.ค. 2026)
สรุป
ใบอนุญาตมี 4 แบบ แต่ข้อสอบมีแค่ 3 ชุด และทุกเส้นทางเริ่มที่ P1 ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะไปทาง P2 หรือ P3 ให้สอบ P1 ให้ผ่านก่อน แล้วค่อยเลือกตามงานจริง ค่าธรรมเนียมและกติกาเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับศูนย์ทดสอบอีกครั้งก่อนสมัคร