Greeks ของออปชัน SET50: Delta / Gamma / Theta / Vega — อ่าน 'ความไว' ก่อนอ่านกำไร
Greeks คือเครื่องวัดว่าราคาออปชันไวต่ออะไรแค่ไหน ไม่ใช่คำทำนายทิศทาง บทความนี้อธิบายทั้ง 4 ตัวแบบคนทำ model validation พร้อมตัวอย่างคำนวณ (สมมติ) ที่เห็นชัดว่าทำไม Theta เร่งตัวใกล้หมดอายุ และทำไมเครื่องมือออปชันที่ดีต้องโชว์ความไว ไม่ใช่แค่กำไร
โดย วรัญชัย ยิ่งคำนึง (Boom) · เผยแพร่ครั้งแรก · ตรวจทานล่าสุด
ตอนทำ model validation ในแบงก์ สิ่งที่เราสนใจไม่เคยเป็นแค่ "โมเดลให้ค่าเท่าไร" แต่คือ "ค่ามันไวต่ออะไร และไวแค่ไหน" เพราะความเสี่ยงจริงซ่อนอยู่ในความไว ไม่ใช่ตัวเลขจุดเดียว ออปชันเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด และเป็นเหตุผลที่ตอนสร้าง เครื่องมือ Payoff ออปชัน SET50 (ฟรี) ผมให้ความสำคัญกับการเห็นความเสี่ยงก่อนกำไร
Greeks คืออะไร และแต่ละตัววัดอะไร?

| Greek | ไวต่ออะไร | อ่านยังไง (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| Delta | ราคาดัชนีอ้างอิง | call Delta 0.5 → ดัชนีขึ้น 1 จุด ราคาออปชันขึ้นราว 0.5 จุด |
| Gamma | การเปลี่ยนของ Delta เอง | Gamma สูง = Delta วิ่งเร็ว สถานะเปลี่ยนนิสัยเร็ว |
| Theta | เวลาที่ผ่านไป | ค่าเวลาที่ละลายไปในแต่ละวัน |
| Vega | ความผันผวนที่ตลาดคาด (IV) | IV ขึ้น 1 จุด ราคาออปชันเปลี่ยนเท่าไร |
จุดที่ต้องจำตั้งแต่แรก: Greeks ไม่ได้บอกว่าตลาดจะไปทางไหน มันบอกว่า "ถ้าไปทางนั้น คุณจะกระทบแค่ไหน"
ทำไม Theta ถึงน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ใกล้หมดอายุ?
ตัวอย่างนี้เป็น ตัวอย่างสมมติ คำนวณด้วยสูตร Black-Scholes: ดัชนี 900 จุด · ราคาใช้สิทธิ 900 (at-the-money) · IV 18% · ดอกเบี้ย 2% · ไม่มีเงินปันผล · แปลงเป็นบาทด้วยตัวคูณ 200

| วันที่เหลือ | ราคา call (จุด) | Delta | Gamma | Vega (ต่อ IV 1 จุด) | Theta ต่อวัน (บาท/สัญญา) |
|---|---|---|---|---|---|
| 60 | 27.66 | 0.532 | 0.0061 | 1.451 | −48 |
| 30 | 19.26 | 0.523 | 0.0086 | 1.028 | −67 |
| 14 | 13.00 | 0.516 | 0.0126 | 0.703 | −95 |
| 7 | 9.12 | 0.511 | 0.0178 | 0.497 | −133 |
| 3 | 5.93 | 0.507 | 0.0272 | 0.325 | −200 |
| 1 | 3.41 | 0.504 | 0.0470 | 0.188 | −343 |
อ่านตารางนี้ได้ 3 อย่าง:
- Theta เร่ง — ค่าเวลาที่หายต่อวันที่ 3 วันสุดท้าย (−200 บาท) มากกว่าที่ 60 วัน (−48 บาท) ราว 4 เท่า คนถือ call เปล่าๆ ใกล้หมดอายุกำลังจ่ายค่าเช่าเวลาแพงขึ้นทุกวัน
- Gamma พุ่ง — จาก 0.0061 เป็น 0.0470 ใกล้หมดอายุ Delta จะวิ่งเร็วมากเมื่อดัชนีขยับ สถานะเปลี่ยนนิสัยในพริบตา
- Vega หด — เวลาเหลือน้อย ความผันผวนมีเวลาส่งผลน้อยลง ออปชันจึงไวต่อ IV น้อยลง
อ่าน Greeks รวมกันเป็นแผนที่ความเสี่ยงยังไง?
ทุกกลยุทธ์ออปชันคือการเลือกว่าจะ long หรือ short แต่ละแกน ตัวอย่างที่คนชอบใช้เก็บพรีเมียม:

| Greek | สถานะเมื่อขาย strangle | แปลว่า |
|---|---|---|
| Delta | ใกล้ศูนย์ตอนเปิด | ดูเหมือนเป็นกลาง — แต่เปลี่ยนเร็วเมื่อตลาดวิ่ง |
| Gamma | short | ตลาดวิ่งแรง ขาดทุนเร่งตัว |
| Vega | short | ตลาดตื่นตกใจ IV พุ่ง ขาดทุน |
| Theta | long | ได้ค่าเวลาทุกวันที่ตลาดนิ่ง |
"เวลาเป็นเพื่อน" ของคนขายออปชันเป็นเรื่องจริง แต่มันมาคู่กับ short gamma เสมอ กำไรเล็กๆ สม่ำเสมอทำให้เผลอคิดว่าปลอดภัย จนวันที่ตลาดวิ่งแรงครั้งเดียว
กฎจากงานวัดความเสี่ยง: ก่อนเปิดสถานะใด ให้เขียนออกมาว่าไม้นี้ทำให้คุณ long หรือ short ทั้ง 4 แกน ถ้าตอบไม่ครบ แปลว่ายังไม่เข้าใจความเสี่ยงที่กำลังรับ
ออปชัน SET50 มีสเปกอะไรที่ต้องรู้ก่อนคำนวณ?
จากหน้าสเปกทางการของ TFEX (ตรวจ 27 ก.ย. 2026):
| รายการ | สเปก |
|---|---|
| สินค้าอ้างอิง | ดัชนี SET50 |
| ตัวคูณ | 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี |
| รูปแบบการใช้สิทธิ | European (ใช้สิทธิตอนหมดอายุเท่านั้น) |
| การชำระราคา | เงินสด |
| เดือนสัญญา | 3 เดือนต่อเนื่อง + 1 เดือนรายไตรมาส |
เพราะเป็นแบบ European และชำระด้วยเงินสด การใช้สูตรแบบ Black-Scholes เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าใจ Greeks จึงสมเหตุสมผล — แต่ในโลกจริง IV แต่ละราคาใช้สิทธิไม่เท่ากัน และตลาดมีต้นทุนธุรกรรม ตัวเลขในบทความนี้จึงเป็นเครื่องมือทำความเข้าใจ ไม่ใช่ราคาที่ควรซื้อขาย
แล้วเกี่ยวอะไรกับการสร้าง product?
หลักที่ได้จากการออกแบบเครื่องมือการเงินคือ โชว์ความเสี่ยงก่อนกำไร เครื่องมือที่โชว์แค่ "กำไรสูงสุด" ชวนให้คนมองข้าม Gamma กับ Vega หลักคิดเดียวกันนี้อยู่ใน Terminal ด้วย — แสดงข้อความต้นฉบับพร้อมที่มาก่อนสรุปของ AI (อ่านต่อ) และวินัยของ model validation ที่อยู่เบื้องหลังเล่าไว้ใน Data Science สาย Credit Risk