Boom Field Lab

Mux vs Bunny Stream: ทำไม Boom Field Lab ย้ายมาใช้ Bunny ทั้งที่ Mux ถูกกว่าต่อวิว

ผมเคยเลือก Mux ส่งวิดีโอ แล้วย้ายมา Bunny Stream ตอนสร้าง Boom Field Lab — ไม่ใช่เพราะราคาต่อวิว (ที่ 1,000 วิว/เดือน Mux ถูกกว่า) แต่เพราะโครงสร้าง: จำนวนไฟล์ที่เก็บได้ฟรี กับเพดานค่าใช้จ่ายที่ล็อกได้จริง นี่คือตัวเลขที่ตรวจจากหน้าราคาทางการ พร้อมสมมติฐานทุกข้อ

โดย วรัญชัย ยิ่งคำนึง (Boom) · เผยแพร่ครั้งแรก · ตรวจทานล่าสุด

สตูดิโอมืดยามดึก กล้องบนขาตั้งหน้าไฟเซิร์ฟเวอร์ พร้อมข้อความ Mux หรือ Bunny เลือกจากโครงสร้าง ไม่ใช่ราคา

ตอนที่ผมต้องเลือกระบบส่งวิดีโอให้ Boom Field Lab — workshop 60 นาทีที่ดูได้หลังซื้อ — คำถามแรกไม่ใช่ "เจ้าไหนถูกสุด" แต่เป็นคำถามแบบคนทำงาน risk: ต้นทุนหน้าตาเป็นยังไงตอนยังไม่มีคนซื้อ และถ้ามีอะไรหลุด บิลจะไปได้ไกลแค่ไหน

บทความนี้เขียนใหม่จากบันทึกเดิมตอนผมเลือก Mux เมื่อเดือนมิถุนายน เพราะสามเดือนต่อมาผมย้ายออก และเหตุผลที่ย้ายสอนอะไรมากกว่าเหตุผลที่เลือกเสียอีก

Mux กับ Bunny Stream คิดเงินต่างกันยังไง?

ทั้งคู่ ไม่คิดค่าแปลงไฟล์ (encoding) แต่ใช้หน่วยวัดคนละแบบ Mux คิดเป็น นาที ส่วน Bunny คิดเป็น GB

รายการMux (1080p, คุณภาพ Basic)Bunny Stream
แปลงไฟล์ฟรีฟรี
เก็บไฟล์$0.003 / นาที / เดือน$0.01 / GB / เดือน (ภูมิภาคแรก, +$0.005 ต่อภูมิภาคที่เพิ่ม)
ส่งให้คนดูฟรี 100,000 นาทีแรก/เดือน แล้ว $0.001 / นาทีStandard: เอเชีย $0.03 / GB · Volume: $0.005 / GB
ขั้นต่ำ / เครดิตเครดิตใช้งาน $20/เดือน สำหรับแผนจ่ายตามใช้ขั้นต่ำ $1/เดือน
แผนฟรีเก็บได้ 10 ไฟล์ มีโลโก้ Mux บนตัวเล่นทดลอง 14 วัน

ที่ 1,000 วิวต่อเดือน ใครถูกกว่า?

สมมติมี 10 workshop แต่ละตัวเก็บ 2 ไฟล์ (ตัวเต็ม 60 นาที + ตัวอย่าง 5 นาที) = 650 นาที หรือราว 48.75 GB แล้วมีคนดูจนจบ 1,000 ครั้งต่อเดือน

กราฟแท่งค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ 1,000 วิวเต็ม: Mux 0 ดอลลาร์หลังเครดิต, Bunny Volume 7.24 ดอลลาร์, Bunny Standard เอเชีย 40.99 ดอลลาร์
ค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ 10 workshop + 1,000 วิวเต็ม · ราคาจากหน้าราคาทางการ ตรวจเมื่อ 27 ก.ย. 2026 · สมมติ 3 Mbps และ 4.5 GB/ชม. สำหรับไฟล์ที่เก็บ
สถานการณ์ต่อเดือนMux (จ่ายตามใช้)Bunny VolumeBunny Standard (เอเชีย)
0 วิว (ยังไม่มีคนซื้อ)$0 (ค่าเก็บ $1.95 ถูกเครดิตหักหมด)$1 (ขั้นต่ำ)$1 (ขั้นต่ำ)
1,000 วิว$0 (ส่งฟรีถึง 100,000 นาที)$7.24$40.99
3,000 วิว$61.95$20.74$121.99

วิธีคิดของ Mux ที่ 3,000 วิว: 180,000 นาที − ฟรี 100,000 = 80,000 นาที × $0.001 = $80 + ค่าเก็บ $1.95 − เครดิต $20 = $61.95 วิธีคิดของ Bunny Standard ที่ 1,000 วิว: 1,350 GB × $0.03 = $40.50 + ค่าเก็บ $0.49 = $40.99

พูดตรงๆ คือ ถ้าเลือกจากราคาต่อวิวอย่างเดียว ผมไม่ควรย้าย ที่ระดับไม่กี่พันวิวต่อเดือน Mux ถูกกว่า Bunny Standard ชัดเจน

แล้วทำไมยังย้ายมา Bunny?

เพราะปัญหาของผมไม่ใช่ราคาต่อหน่วย แต่เป็นสองเรื่องเชิงโครงสร้าง

แผนผังเหตุผล 4 ขั้น: 10 workshop ใช้ 20 ไฟล์ แผนฟรีของ Mux เก็บได้ 10 ไฟล์ แผนจ่ายตามใช้ไม่มีเพดานที่ล็อกล่วงหน้า Bunny เติมเงินก่อนและตั้งเพดาน bandwidth ได้
เหตุผลที่ตัดสินจริง · จำนวนไฟล์และเงื่อนไขแผนจากหน้าราคาและเอกสารทางการ ตรวจเมื่อ 27 ก.ย. 2026

หนึ่ง จำนวนไฟล์ แผน Free ของ Mux เก็บได้ 10 ไฟล์และมีโลโก้ Mux บนตัวเล่น แต่ Boom Field Lab แยก ตัวอย่าง 5 นาทีเป็นไฟล์ต่างหาก เพื่อความปลอดภัย (อธิบายในหัวข้อถัดไป) หนึ่ง workshop จึงกิน 2 ไฟล์ แผนฟรีรับได้แค่ 5 workshop ขณะที่แผนของเราตั้งเป้าไว้ที่ 10 ตัวขึ้นไป

สอง รูปทรงของความเสี่ยงขาลง พอพ้นแผนฟรี ทางเดียวของ Mux คือแผนจ่ายตามใช้ ซึ่งเก็บเงินหลังใช้ ส่วน Bunny เป็นแบบ เติมเงินเข้าบัญชีก่อน และตั้ง เพดาน bandwidth ได้ ถ้าวันหนึ่งลิงก์หลุดหรือมีคนยิงวิดีโอรัวๆ ระบบจะหยุดที่ยอดที่ผมเติมไว้ ไม่ใช่ไปโผล่เป็นบิลปลายเดือน

สำหรับ product ที่ยังไม่มีรายได้ ผมยอมจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยต่อวิว เพื่อแลกกับ ความเสียหายสูงสุดที่รู้ตัวเลขล่วงหน้า ข้อ 2 นี้คือหลักเดียวกับที่ผมใช้ตอนเป็น credit risk quant: ถ้าเทียบกันที่ค่าเฉลี่ยแล้วเราชนะ แต่แพ้ที่ส่วนหาง นั่นก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี

กันลิงก์หลุดยังไงโดยไม่ต้องทำ DRM?

ผมไม่ได้ใช้ DRM แต่ใช้สองชั้นที่ Bunny ให้มาและโค้ดสั้นมาก

  1. ตัวเล่นแบบ iframe + embed token ที่หมดอายุ — URL ที่ใช้เล่นวิดีโอเต็มสร้างฝั่ง server ให้เฉพาะคนที่มีสิทธิ์ และหมดอายุใน 6 ชั่วโมง (พอสำหรับดู 60 นาทีพร้อมหยุดพัก) ตัวเล่นของ Bunny จัดการสิทธิ์ของ segment เอง ไม่ต้องเซ็นทีละ segment เองแล้วมีโอกาส token หมดอายุกลางคลิป
  2. ตัวอย่างเป็นไฟล์แยก — นี่คือเหตุผลที่แต่ละ workshop ใช้ 2 ไฟล์
การ์ดข้อความจริงจากคอมเมนต์ในโค้ดของ Boom Field Lab อธิบายว่าวิดีโอเต็มเซ็นให้เฉพาะเจ้าของ และตัวอย่าง 5 นาทีเป็นไฟล์แยก ลิงก์ตัวอย่างหลุดจึงไม่เสียของที่ขาย
คอมเมนต์จริงในโค้ดตัวเล่นของ Boom Field Lab (ภาษาอังกฤษต้นฉบับ) · ไม่มีค่าคีย์หรือ ID ใดๆ

The full video is signed ONLY for owners (the page decides); the preview is a separate 5-minute asset, so a leaked preview URL leaks nothing paid.

แปลความ: หน้าเว็บตัดสินว่าใครเป็นเจ้าของ และเซ็น URL ของวิดีโอเต็มให้เฉพาะคนนั้น ส่วนตัวอย่าง 5 นาทีเป็นอีกไฟล์หนึ่ง ต่อให้ลิงก์ตัวอย่างหลุดไปทั้งอินเทอร์เน็ต ก็ไม่มีวินาทีไหนของส่วนที่ขายหลุดตามไปด้วย

การตัดสินใจนี้เปลี่ยนไปตามเวลายังไง?

เส้นเวลาการตัดสินใจ: 25 มิ.ย. 2026 เลือก Mux และต่อระบบเล่นได้จริง, 25 ก.ค. ปิดโปรเจกต์วิดีโอเดิม, 24 ก.ย. ย้ายไป Bunny Stream ตอนสร้าง Boom Field Lab
จากบันทึกการตัดสินใจภายใน · วันที่ตามบันทึกจริง
  • 25 มิ.ย. 2026 — เลือก Mux ต่อระบบอัปโหลดและตัวเล่นจนเล่นได้จริง ตอนนั้นมีวิดีโอไม่กี่ตัว แผนฟรีกับเครดิตรายเดือนครอบคลุมหมด เป็นการตัดสินใจที่ถูกสำหรับขนาดตอนนั้น
  • 25 ก.ค. 2026 — ปิดโปรเจกต์วิดีโอเดิมเมื่อทิศทางธุรกิจเปลี่ยน
  • 24 ก.ย. 2026 — เริ่ม Boom Field Lab เป็นโปรเจกต์ใหม่ รูปแบบ 1 workshop = ตัวเต็ม + ตัวอย่าง ทำให้โจทย์จำนวนไฟล์เปลี่ยน จึงย้ายไป Bunny พร้อมเว็บบนแผนฟรีที่มีเพดานแข็งเหมือนกัน

ข้อสรุปคือ การตัดสินใจเรื่อง infra มีวันหมดอายุ Mux ไม่ได้แย่ลงเลย แต่รูปทรงของ product เปลี่ยน ตัวแปรที่เคยไม่สำคัญ (จำนวนไฟล์) กลายเป็นตัวแปรหลัก

ถ้าคุณกำลังเลือกเอง ควรดูอะไร?

  • คำนวณสามจุด ไม่ใช่จุดเดียว: 0 วิว (ก่อนมีรายได้) · ระดับที่คาดว่าจะได้ · ระดับที่ไวรัล ดูว่าส่วนหางไปได้ไกลแค่ไหน
  • นับจำนวนไฟล์ ไม่ใช่แค่นาที: ตัวอย่าง คำบรรยาย เวอร์ชันแก้ไข ล้วนเป็นไฟล์ที่นับรวม
  • ถามว่ามีเพดานแข็งไหม: เติมเงินก่อน หรือตั้งจำกัด bandwidth ได้ ดีกว่าการตั้งแจ้งเตือนเฉยๆ เพราะแจ้งเตือนต้องมีคนตื่นมาอ่าน
  • เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้เองเสมอ: การย้ายจาก Mux มา Bunny ของผมเจ็บน้อย เพราะไฟล์ master อยู่กับผม ไม่ได้อยู่กับผู้ให้บริการ

เรื่องเดียวกันนี้ใช้กับการเลือกเครื่องมือทุกชั้น — ผมเขียนมุมของการเลือก AI agent ไว้ใน ทำไมผมสร้าง Terminal ด้วย Claude Code — ไม่ใช่เพราะโมเดลเก่งสุด แต่เพราะ harness

สรุป

ที่ 1,000 วิวต่อเดือน Mux ถูกกว่า Bunny ตามตัวเลขที่ผมคำนวณ แต่ผมก็ยังย้าย เพราะ product ที่ยังไม่มีรายได้ต้องการสองอย่างที่ราคาต่อหน่วยไม่ได้บอก คือจำนวนไฟล์ที่เก็บได้โดยไม่ต้องเริ่มจ่าย และเพดานค่าใช้จ่ายที่ล็อกได้จริง ส่วนต่างราคาต่อวิวคือค่าประกันที่ผมยอมจ่าย จนกว่ารายได้จะมาถึงก่อนต้นทุน

BOOM FIELD LAB

อยากเห็นว่าเครื่องมือพวกนี้ประกอบร่างเป็น Terminal จริงได้ยังไง?

Workshop 60 นาที — ดูการทำงานจริงบนหน้าจอ พร้อม workbook ให้ลงมือตาม ไม่ใช่สไลด์ทฤษฎี